สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

Cash before Cover

Cash before Cover

Cash before Cover "จ่าย ปุ๊บ คุ้มครองปั๊บคืออะไร?

         Cash before Cover เป็นหลักการหรือวิธีปฏิบัติในการรับประกัน ภัยของบริษัทประกันภัย โดยสัญญาประกันภัยมีผล บังคับตามเงื่อนไขกรมธรรม์ทันทีที่รับชำระเบี้ยประกัน ภัย ระยะเวลาเริ่มต้นคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยอาจตกลงให้เริ่มคุ้มครองทันที ในวันที่ทำประกันภัยหรือ เริ่มต้นคุ้มครองหลังจากวันทำประกันภัยก็ได้

        ในต่างประเทศมีการนำหลักการ Cash before Cover มาใช้กับการประกันภัยรถยนต์นานมา แล้ว ยกตัวอย่างเช่น การประกันภัยรถยนต์ในประเทศ มาเลเซียนำหลักการนี้มาใช้กับการประกันภัยรถยนต์ ทุกประเภทตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้น สำหรับประเทศไทย ผู้เอาประกันชีวิตมีความคุ้นเคยกับระบบนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากการประกันชีวิตได้นำหลัก Cash before Cover มาใช้อย่างเต็มระบบเป็นเวลานานแล้ว ส่วนการประกันภัยรถยนต์นั้น ผู้ทำประกันภัยบางส่วนก็ปฏิบัติในหลักการนี้อยู่แล้วเช่นกัน โดยเฉพาะการทำประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.ที่ในแต่ละปีมีผู้ทำประกันภัยประมาณ 20 ล้านกรมธรรม์ ผู้ทำประกันภัยส่วนใหญ่จะชำระเบี้ยประกันภัยทันทีที่ซื้อประกันภัย หรือกรณีเช่าซื้อรถยนต์ บริษัทผู้ให้เช่าซื้อก็จะให้ผู้เช่าซื้อชำระเบี้ยประกันภัยให้กับประกันภัย ก่อนเช่นกัน

       การนำหลัก Cash before Cover มาปรับใช้กับการประกันภัยรถยนต์ทั้งการประกัน ภัยรถตาม พ.ร.บ.และการประกันภัยรถภาคสมัครใจทุกประเภทนี้ จะเริ่มสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป บริษัทประกันภัย ตัวแทน-นายหน้าประกันภัย และรวมถึงผู้เอาประกันภัยจะต้องมีการปรับตัว ทำความเข้าใจกับหลักการนี้

ทำไมจึงต้องนำหลัก Cash before Cover มาใช้?

        เป็นที่ทราบกันดีว่า การประกันภัยรถยนต์มีความสำคัญที่กระทบต่อผู้คนจำนวนมาก การประกันภัยรถยนต์เป็นหลักที่มั่นคงให้กับเจ้าของรถ ผู้ใช้รถ และรวมถึงผู้ที่ประสบภัยจากรถที่จะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่จำเป็น เมื่อมีความสูญเสีย หรือเสียหายเกิดขึ้น บริษัทประกันภัยจึงต้องมีความมั่นคงเป็นหลักให้ผู้เอาประกันภัยได้มั่นใจว่า เมื่อมีความสูญเสียเกิดขึ้น บริษัทประกันภัยจะมีความสามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยและผู้ ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว บริษัทประกันภัยต้องไม่มีปัญหาการขาดสภาพคล่อง ซึ่งมีต้นเหตุหลักมาจากเบี้ยประกันภัยค้างรับที่อยู่กับ ตัวแทน-นายหน้าประกันภัย และรวมถึงผู้เอาประกันภัยเองด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีการให้เครดิตแก่ตัวแทน-นายหน้าประกันภัย และรวมถึงผู้เอาประกันภัยเป็นเวลาถึง 60 วัน หรือในบางครั้งตัวแทน-นายหน้าประกันภัย ที่ได้รับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยแล้วนำเงินที่อยู่ในเครดิต ออกนอกระบบ ไปลงทุนธุรกิจอื่นๆ แล้วไม่สามารถนำกลับคืนเข้าระบบได้ทัน เป็นผลให้บริษัทประกันภัยขาดสภาพคล่อง มีการประวิงเวลาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหาย จนถูกทำโทษโดย ถูกสั่งหยุดการรับประกัน หรือ สั่งปิดกิจการ และสุดท้ายก็เป็นความเดือดร้อนของ ประชาชนทั่วไป

เมื่อนำหลัก Cash before Cover มา ใช้ ระบบการประกันภัยรถยนต์ให้ดีขึ้นอย่างไร?
 
       การนำหลัก Cash before Cover  มา ใช้กับการประกันภัยรถยนต์ เพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัยในการลดปัญหา ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้

 
 - เพิ่มประสิทธิภาพและลดโอกาสในการเกิดข้อพิพาท ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อประกันภัยรถยนต์นั้น ผู้ที่จะทำประกันภัยเพียงโทรศัพท์ถึงบริษัทประกันภัยก็จะได้รับความคุ้มครอง ตามข้อตกลงทันที ในระบบนี้ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความสะดวกอย่างยิ่งในการทำประกันภัย แต่การทำประกันภัยในลักษณะนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งด้วยเช่นกัน กล่าวคือผู้เอาประกันภัยนี้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันการรับประกันภัยของ บริษัทประกันภัย ทำให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันภัยในกรณีเกิด Claim ซึ่งในบางครั้งเมื่อเกิด Claim ขึ้นแล้วผู้เอาประกันภัยต้องรอให้บริษัทประกันภัยส่ง กรมธรรม์ให้ก่อนจึงมีการแจ้ง Claim

 
 - เพิ่มสภาพคล่องแก่บริษัทประกันภัย และสนับสนุนให้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว

  


 - เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทที่อาจ เกิดขึ้นจากการไม่ได้รับชำระเบี้ยประกันภัย


 - สนับสนุนให้ธุรกิจประกันภัยมีธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจแบบตรงไปตรงมา ป้องกันการฉ้อฉลของผู้ขายประกันภัย ป้องกันการรับเงินลูกค้าแล้วไม่นำส่งบริษัทประกันภัย ทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียหาย หรือชำระถูกต้องแต่อยู่ในช่วงเครดิตการนำส่งบริษัทประกันภัย ผู้เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุอาจถูกบริษัทปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์เป็นเวลานาน เกิดปัญหาล่าช้าในการดำเนินการ

ขั้นตอนการซื้อประกันภัยเปลี่ยนไปอย่างไร?

1. สัญญาประกันภัยจะมีผลทันทีที่ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ย ประกันภัยและบริษัทต้องออกหลักฐานการรับชำระเบี้ยประกันภัยทันที เมื่อผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยแก่ตัวแทนประกันภัย พนักงานและนายหน้าประกันภัยผู้ได้รับมอบอำนาจให้รับชำระเบี้ยประกันภัย ตลอดจนบุคคล หรือนิติบุคคล ที่บริษัทยอมรับการกระทำของบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวเสมือนตัวแทนของ บริษัท ให้ถือว่าเป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง


2. ตัวแทนประกันภัย ต้องแสดงใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยทุกครั้งที่มีการชักชวนบุคคลทำสัญญา ประกันภัย หรือรับเบี้ยประกันภัยในนามของบริษัทประกันภัย

3. นาย หน้าประกันภัยหรือ พนักงานของบริษัทต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจจากบริษัททุกครั้งที่มีการรับเบี้ย ประกันภัยในนามบริษัทประกันภัย และต้องออกเอกสารแสดงการรับเงินของบริษัททุกครั้งที่มีการรับชำระเบี้ย ประกันภัย


4. กรณีบริษัทประกันภัยไม่สามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยได้ ทันที บริษัทต้องจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้ผู้เอาประกันภัยภายใน 15 วัน

 

view