สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ทำไมต้องทำประกันชีวิต? และทำเพื่ออะไร?

ทำไมต้องทำประกันชีวิต? และทำเพื่ออะไร?

 


1) ประกันมี2ประเภทใหญ่ๆนะคับ คือ ประกันชีวิต และ ประกันภัย ซึ่งมีลักษณะเชิงลึกแล้วไม่เหมือนกันเลย

  

2) จุดประสงค์ที่ควรจะมีประกันไว้ก็คือ การมีหลักประกันนั่นเอง ซึ่งหลักประกันต่างๆทางการเงิน เรียกได้หลายอย่างเช่น บัญชีเงินฝาก พันธบัตร กองทุน โฉนด ตราสารหนี้ หรือแม้แต่เงินสด พวกนี้เราก็เรียกว่าเป็นหลักประกันเช่นกันต่างกันตรงที่ความเสี่ยงมูลค่าของหลักประกันเมื่อเวลาผ่านไป(มูลค่าอาจลดหรือเพิ่มขึ้นได้ไม่แน่นอน)และความคล่องตัวในการเปลี่ยนเป็นเงินสด


3) การซื้อหลักประกันที่เรียกว่า กรรมธรรม์ของประกันชีวิตนี่เอง คือการซื้อความคุ้มครอง ในความปลอดภัย ความมั่นคงความมั่งคั่ง และเวลาของชื้วิตที่อาจจะเหลือแต่เวลาแต่ไร้ความสามารถ (พิการ ไม่ตายแต่กระดิกตัวไม่ได้)


4) หลักประกันอื่นๆไม่มีการรับรองความเสี่ยง(โปรดสังเกตุคำว่า มีความเสี่ยง ผู้ซื้อ/ลงทุนโปรดศึกษาก่อนการลงทุน)หลักประกันบางอย่างก็เปลี่ยนเป็นสภาพคล่องยากเย็นซะเหลือเกิน เช่นโฉนดที่ดิน พอเวลาต้องการขายกับหาคนซื้อยากเย็นจริงๆอยากได้เงินจริงๆเวลาร้อนเงินก็อาจจะต้องขายในราคาโรงงาน (จำใจขาย ซะงั้น..)


                            แต่ประกันพร้อมจ่ายให้ทันทีเมื่อมีภัย ไปเอาเช็คได้ทันทีไม่ต้องเขียนคำร้องเพื่อขอกู้เงินสินเชื่อเมื่อต้องการเงินสดขณะปกติ  เมื่อต้องการเงินด่วนเช่นต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลใช้จ่ายแทนเงินสดได้เลยไม่ต้องเอาไปเปลี่ยนเป็นเงินสดซะก่อน เสียอย่างเดียว ถอนยากกว่าบัญชีเงินฝากซึ่งถ้าถอนง่ายเดี๋ยวก็ถอนบ่อยๆจนเงินไม่เหลือเลย..นั่นไง


***แล้วถ้าจะซื้อประกันซื้อเพื่ออะไรบ้างละ***


1)ซื้อเพื่อเอาผลเอาดอก ตอบแทนจากเงินฝากของตัวเองที่คุ้มค้า หรือว่าเพื่อการออมทรัพย์นั่นเอง เพราะอะไรเพราะการซื้อประกันคือการซื้อ "มูลค่าของเงิน"ที่ต้องการไม่ใช่การสะสม "เม็ดเงิน"ที่ต้องใช้เวลามากจึงจะได้มากขึ้น กล่าวคือตัวอย่างเช่น การฝากเงินกับประกัน ปีละ 3000 บาท(เม็ดเงิน)แต่บริษัทประกันลงมูลค่าเงินให้ 100,000 บาทและบางแบบประกันมีคืนเงินให้ปีละ 1%  ของมูลค่าเงินก็เหมือนกับได้เงินคืนปีละ 1,000 บาท(ดอกเบี้ยเงินฝากก็จ่ายปีละครั้งเหมือนกันแต่เงินฝาก 3000 บาทเหมือนกันที่ไหน จ่ายดอกให้มากว่ากันล่ะ...ลองคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากซัก 3%ของเงินฝาก 3000 บาทต่อปีสิว่าคุณจะได้ดอกเท่าไรจากธนาคาร...แต่ตัวอย่างประกันแบบนี้ให้เงินคุณ 1000 บาททุกปีและตลอดไป


2)ซื้อเพื่อคุ้มครองสุขภาพการรักษาพยาบาล หรือเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อน 
  การรักษาพยาบาลแท้จริงแล้วเราเองก็ดูแลสุขภาพตัวเองมาโดยตลอดอย ู่แล้วเจ็บป่วยเล็กน้อยก็หายากินเอง
ตื่นเช้าก็ออกกำลังกายพยายามทำให้ร่างกายแข็งแรง อาหารเราก็เลือกกินที่ดีมีประโยชน์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ไม่ป่วยไม่เจ็บนั่นเอง แต่ยังไงเสียแล้วก็ยังมีหลายคนที่พลาดสู้ไวรัส สู้แบคทีเรีย สู้ดีเอ็นเอทีเป็นโรคประจำตัวไม่ได้ และเนื่องจากอยู่ภายใต้โลกนี้อากาศก็เปลี่ยนแปลงบ่อยซะเหลือเกิน แล้วคุณหรือผมจะหนีการเจ็บป่วยไปได้ยังไง


เมื่อเราหนีการป่วยไม่ได้แน่ มันก็ต้องรักษา แล้วจุดสำคัญมันอยู่ที่ว่า ค่ารักษาท่าไร??ใครเป็นคนต้องจ่าย?? การทำประกันสุขภาพก็เพื่อเอาภาระการต้องจ่ายเงินค่า รักษาพยาบาลเอง ไปมอบให้บริษัทประกันเป็นคนจ่ายให้นั่นเองแล้วไม่ต้องคิดมาก ด้วยว่าไม่อยากพลักภาระนี้ไปให้คนอื่น เราะมันคือธุรกิจของบริษัทเขา ที่จะขอเข้ามารับภาระอยู่แล้วที่สำคัญให้คิดอย่างเดียวว่า ให้รีบทำตอนที่เขายังต้องการเราเมื่อเราต้องการเขานั้นเขาจะไม่เอาเรา คือตอนที่ยังไม่ป่วยก็รีบทำประกันซะ เมื่อรู้ว่าป่วยแล้วอยากทำตอนนั้นก็ไม่มีใครเขาที่ไหนให้ทำหรอก


คุณจะเลือกประกันสุขภาพอย่างไรดีดังนี้


1)ใช้เงินตัวเอง(ถ้ามีมากพอ...)เลือกเข้าได้ว่าจะเอกชนหรือรัฐบาล(จะเอาแค่สิทธิ์ หรือ อภิสิทธิ์) แล้วคุณไม่เจ็บใจเหรอที่บางครั้งหรือโรคบางโรคทำให้คุณ เสียเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต ต้องเอามาอุทิศให้หมอ


2)ใช้ประกันสังคม ก็รักษาได้ดีระดับหนึ่ง ช่องบริการก็ระดับหนึ่ง ยาก็ระดับหนึ่ง ห้องนอนรักษาพยาบาลก็ระดับหนึ่งที่สำคัญเบิกได้ระดับหนึ่ง เช่นกัน แล้วคุณจะได้รู้ว่า ถึงแม้เป็นโรงพบาบาลเอกชนที่คุณเข้าไปรักษาได้ระหว่างคุณที่ใช้ประกันสังคม กับใช้เงินตัวเองหรือเงินที่บริษัทประกันจ่ายให้คุณ บริการของโรงพยาบาลจะแตกต่างกันแค่ไหน???นี่ขนาดคุณจ่ายเงินทุกๆปี ปีละ 5%ของเงินเดือนคุณนะนั่น(เต็มที่ปีละ 9000บาท)


3) ใช้บัตรสุขภาพรักษาพยาบาลของประกัน ก็แค่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเองเท่านั้น คุณเลือกห้องพิเศษราคาวันละเท่าไดก็ได้ตามที่คุณต้องการเท่านั้ น คุณสามารถกำหนดว่าจะให้เขาจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้คุณเท่าไรก ็ได้แค่นั้น นอนกี่วันมีค่าชดเชยหรือว่าค่าตัวให้อีกวันละ 500 วันละ 1000 หรือมากกว่าเท่าไรตามใจคุณ ที่สำคัญ คุณอาจจ่ายค่าประกันสุขภาพต่อปีน้อยกว่าเงินที่คุณจ่ายประกันสังคมซะอีก เช่น บริษัทประกันแห้งหนึ่ง เก็บเงินคุณปีละ 5442 บาทต่อปี สำหรับการรักษาพยาบาลในโรงบาลเอกชน ทั่วประเทศในวงเงินไม่เกิน 359,500 บาทสำหรับการ นอนห้องพิเศษในราคาไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืนแล้วถ้าต้องการค่าตัว อีกวันละ 1,000 ที่นอนก็เพียงแค่จ่ายเพิ่ม อีก 1,600 บาทต่อปีนานถึง 365 วัน แล้วอย่างนี้การจ่ายเงินประกันสังคม 9,000 บาท กับ บริษัทประกันนี้เพียง 7042 บาท แบบไหนที่ทำให้คุรสุขภาพจิตดีกว่ากัน ที่สำคัญตัวเลขในบัญชีเงินฝากของคุณจะยังคงอยู่เหมือนเดิม


3) ซื้อเพื่อเก็บเงินใช้ยามชรา เกษียญ หรือเอาไว้เป็นมรดกที่จะต้องเขียนไว้เป็นพินัยกรรม เนื่องจากใช้เงินไม่ทันลองนึกดูสิว่า


3.1)ตอน เด็กท่านพึ่งพาพ่อแม่ ตอนโตหาเงินได้พึ่งพาตัวเอง และมีลูกๆกับพ่อแม่ มาพึ่งพาคุณอีก มันเครียดแค่ไหน ดังนั้นคุณจึงมีหน้าที่อย่างเดียวคือ พึ่งพาเงินคุณเอง หลังจากคุณต้องเลยวัยหาเงินด้วยตัวเอง หรือว่า บริษัทคุณบอกให้คุณหยุดทำงานเพียงแค่คุณ อยู่เฉยๆแล้วมีอายุ 55 หรือ 60 ขวบเท่านั้นเอง ที่สำคัญเขาจะไม่ขอจ่ายเงินให้คุณอีกต่อไปแล้วแล้วคุณจะทำยังไง คุณจึงต้องบริหหารเงินจากการทำงานคุณไว้ เพื่อการเกษียญด้วย เนื่องจาก นอกจากที่คุณจะต้องเลี้ยงตัวเองแล้ว บางคนมีพ่อแม่ต้องเลี้ยงอีก และบางคนเกษียญแล้วกลับมีลูกๆที่ยังมีอายุไม่ถึง 20ปี นั่นหมายความว่า แก่แล้วไม่มีงาน ยังต้องมีภาระดูแลอีก และเมื่อไม่มีการบริหารเงินเพื่อเลี้ยงตัวเองและผู้อื่น(ที่รัก มาก)แล้วละก็ ...ลำบาก (เอาไปทิ้งก็ไม่ได้ด้วยสิ) ดังนั้นจึงมีการประกันเพื่อ การเกษียญอายุไว้ด้วย..ส่วนจะต้องเก็บเงินเท่าไร ลองคำนวณดูคร่าวๆนะคับ   ดูว่าทุกวันนี้มีเงินเดือนเท่าไร พอหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเท่าไร ตัวที่เป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือนนั่นแหละที่คุณจะต้องเตรียมไว้ หลังจากที่คุณไม่มีรายได้ เช่น คุณต้องใช้เงินเดือนละ 15,000 ทุกเดือน คูณ 12เดือน คือปีละ 180,000 และ

หลังจากอายุ 60ถึงสุดท้าย(เฉลี่ย 20ปี) ก็จะเป็นเงินทั้งสิ้น  3,600,000 บาท (ตอนนี้อายุเท่าไรเหลืออีกกี่ปีจะอายุ 60 สมมุติอายุ 45 คุณต้องเก็บเดือนละ 20,000 บาทหรือปีละ 240,000 จึงจะมีเงิน 3.6ล้านบาทนะวันที่คุณมีอายุ 60 หลังจากนั้นคุณก็ต้องใช้เงินไม่เกิน 15,000 ทุกๆเดือนจึงจะอยู่ได้ถึง อายุ 80ปี(ไม่ห้ามที่คุณจะทำมาหากินอย่างอื่น แต่ขอให้รู้ว่าคุณมีขวั ญถุงแล้วแน่ๆ 15,000)


  วิธีการนี้คุณก็วางแผนได้ด้วยการประกัน หากเก็บเงินเอง คงถอนตลอดเวลาแน่ หากคุณทำประกัน คุณก็จะได้ค่าเงิน 3.6 ล้านไปเลย ที่สำคัญทุกปีจะมีเงินคืนให้อีกโดยคิดดอกจาก 3.6 ล้าน แต่คุณฝากจริงน้อยกว่านั้น อยากรู้ลองโทรคุยกัน "จะเป็นคนแก่ที่สุขภาพจิตดี คำพูดของคนแก่คนนี้ศักดิ์สิทธิ์น่านับถือ หรือจะเอาแบบว่า พูดอะไรก็ไม่ฟัง(บางครั้งยังมีโดนด่าซะอีก) หรือ ชอบที่จะมีลูกหลานชอบมาหาแล้วให้เงินลูกหลาน หรือจะแบมือขอลูกหลานอย่างไหนดีกว่ากัน "อยู่ที่คุณเลือกคุณวางแผนเอาเอง




Tags : เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ราคาถูกๆ ประกันภัยรถยนต์ราคาถูกสุดๆ ประกันภัยรถยนต์ราคาถูกที่สุด

view